ae-fea02 q
music

VOICE OF REMINISCENCE เอ้ – กุลจิรา คงทอง กับเสียงร้องแห่งความทรงจำ

เอ้ กุลจิรา คงทอง นักร้องสาวมากความสามารถ สุดคูล ผู้เคยเข้าแข่งขันรายการ The Voice Season 3 พร้อมทอดถ่ายความฝันผ่านเสียงเพลง

VOICE OF
REMINISCENCE

 

เอ้-กุลจิรา ทองคง กับเสียงร้องแห่งความทรงจำ
ภาพ: ไชยวัฒน์ ไขยโชติ เรื่องและสไตล์: ตฤณ ชาญชัยประสงค์ 

” ชื่อเอ้ค่ะ  กุลจิรา ทองคง ( IG @aeytheape ) เป็นนักร้อง เคยเข้าร่วมรายการ the voice season 3 เพราะว่าไม่มีเงิน อยากหาเงินค่ะ ” เอ้กล่าวทักทายและแนะนำตัวกับเราด้วยอารมณ์ขัน

AE

 

แล้วตอนนี้เป็นไงบ้างดีขึ้นไหม

ดีขึ้นมาก ขอบคุณรายการ The Voice มากๆ คือตอนแรกไม่คิดว่าจะได้ไปประกวด เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบประกวดร้องเพลงแต่จริงๆ แล้วมันเหมือนเป็นรายการที่เราได้ออกไปโชว์ศักยภาพผ่านทางหน้าจอทีวี ก็เลยไม่ได้อะไรมากมาย ตอนนี้ก็รู้สึกมีตังค์ขึ้น (หัวเราะ)

เราดูอยู่ เป็นคนสุดท้ายในรอบออดิชั่นเลยใช่มั้ย

ใช่แล้ว โชคดีมาก

แล้วทำไมถึงเริ่มสนใจทางด้านดนตรี

ตอนเด็กๆ ชอบฟังเพลงกับวาดรูปอยู่สองอย่าง แล้วฟังเพลงคือฟังจริงจังมาก แต่ไม่ได้เจาะจงว่าเพลงใครนะ ขึ้นชื่อว่าเป็นเพลงก็ฟังหมด ฟังวิทยุเอาสมัยก่อนจำได้ว่าคลื่นอะไรที่เล่นพวกโอลด์ดี้ก็จะฟัง พ่อแม่ก็ฟังพวก  Bee Gees และ The Beatles กันอยู่แล้ว ตื่นมาพ่อก็เปิดเพลงแล้วอ่ะ ก็เลยผูกพันกับการฟังเพลงและร้องเพลง เหมือนตอนนั้นยังร้องไม่เป็น แต่ว่าชอบ  แล้วก็หลงใหลมาก

AE (4U)

แล้วจับทางเรื่องร้องเพลงได้ยังไงอ่ะ หมายถึงว่าต้องเรียนไหมหรือว่าเราเริ่มร้องเองเลย

เหมือนไม่เชิงเรียน คือคนแถวบ้านที่เขาร้องเพลงลูกกรุง เก่าๆ สอนร้องเพลง ก็เลยไปเรียนกับเขา เหมือนไปนั่งฟัง
เพลงกันอย่างเดียว เขาทำให้เรารักในบทเพลงลูกกรุงด้วย ก็
เลยได้เพลงลูกกรุงเพิ่มมาด้วย หลังจากเลิกเรียนก็
ไม่ได้จริงจังว่าจะเป็นนักร้องมืออาชีพได้เพราะว่าเป็นคนขี้อายมากจนจะเรียนเข้ามหาวิทยาลัย เราเรียนห่วยทุกวิชาก็เลยคิดว่า เอาไงดีวะ จะเข้าที่ไหน เลยมีสองอย่างให้เลือกคือ วาดรูปกับร้องเพลง ซึ่งไม่เคยเรียนจริงจังทั้งคู่ แต่ชอบ เรามองว่าจะทำอะไรต้องอินด้วยแต่ร้องเพลงน่าจะทำเงินมากกว่าถ้าเป็นอาชีพ ก็เลยไปเรียนติวร้องเพลงกับทางศิลปากร

แสดงว่าแบบชอบฟังหลายแนวมาก แล้วมีแนวที่ชอบเป็นพิเศษไหม

ก็พวกโอลด์ดี้ส์นั่นแหละ เพราะฟังไม่เบื่อ แต่จริงๆ แล้วฟังได้หลายแนวมาก

ถ้าไม่ได้พูดถึงพวกเพลงโอลด์ดี้ ศิลปินปัจจุบันชอบใครเป็นพิเศษบ้างไหม

หูยยย คือเยอะมาก แต่ที่ชอบจริงๆ และช่วยสร้างความมั่นใจให้เราในช่วงหนึ่งที่ไม่มีความมั่นใจ ก็คือชอบ เดวิด โบวี่ (Davie Bowie) กับลูว์ รีด (Lou Reed)ส่วนนักร้องไทยตอนเด็กๆ ชอบปาล์มี่มากคือแบบคนอะไรเท่จัง เสียงไม่เคยได้ยินมาก่อนในเมืองไทย ตอนเด็กๆ คือไม่ค่อยรู้จักนักร้องอินดี้เยอะขนาดนั้น โตมาก็รู้จัก อรอรีย์ ก็ชอบส่วนมากเป็นคนฟังเพลงสากลพวกสไปซ์เกิร์ล (Spice Girls) กับบรีทนีย์ สเปียร์ส (Britney Spears) เป็นไอดอลอันดับ 1 เลย พอโตมาแล้วก็เริ่มเจอเพื่อนๆ โลกเราก็กว้างขึ้นกลายเป็นว่าเราจะคอยแลกเปลี่ยนวงดนตรีที่ชอบจริงๆ แล้วเอ้มีเพื่อนคนนึงชื่อมะขวิด เป็นคนที่ Inspire เรื่องดนตรีให้เอ้มาก แต่ว่าตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว เสียไปแล้ว 
มะขวิดเป็นคนตลก เนิร์ดในแบบที่เข้าใจได้ ตอนแรกว่าจะไม่พูดถึง แต่เขาเป็นคนที่ทำให้เราเป็นเรา เป็นเพื่อนสนิทที่เล่นดนตรีด้วยกัน คนเล่นดนตรีมีเยอะ แต่ไม่เคยเจอใครที่เหมือนมะขวิด มีความเป็นเด็ก มีความกวนส้นตีนมีความทะเล้น เล่นดนตรีแบบอัจฉริยะ แล้วเวลาเราอยู่ใกล้มัน เรากล้าที่จะทำให้อะไรบ้าๆ ห่ามๆ ในการร้องเพลง กล้าที่จะหลุดกรอบไปก็เพราะมันนี่แหละ

000015_1

มีแนวที่ไม่ถนัดมั้ย แบบที่ไม่เก็ตเลยอ่ะ

ไม่ถนัดกับไม่เก็ตมันคนละแบบกันนะ ในฐานะคนร้องเพลง 
คือต้องมีแนวไม่ถนัดถูกป่ะ ที่ไม่ถนัดคือแนวพวก โอเปร่า 
แนวดีว่า เราไม่มีแรงขนาดนั้น แต่ถามว่าถ้าให้ฟังโอเปร่า
ได้ไหมฟังได้ ก็ชอบฟังแนวนี้อยู่ จะมีเพื่อนที่ร้องคลาสสิก เวลาเขาร้องมันก็น่าฟัง พวก Phantom of the Opera นี่ก็เคยไปฟังเหมือนกัน ไม่ได้อินมากแต่ก็ชอบ แต่ถ้าจะให้
ร้องคือร้องไม่ได้เลย ยิ่งพวกดีว่าแบบวิทนีย์ ฮูสตัน 
(Whitney Houston) ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีแรงไปแผดเสียงแบบเขา แต่ก็เคยร้องอยู่เพลง I Have Nothing เพราะว่า
ตอนนั้นผู้ปกครองเขาเห็นว่าเราสอนร้องเพลง เลยขอให้ร้องเพลงในงานวันเด็ก ผู้ปกครองร้องไห้ซาบซึ้งบอกว่าเพราะมาก คือตอนนั้นเลิกกับแฟนพอดีเลยร้องเพลงนี่ได้ ร้องเพราะอินล้วนๆ (หัวเราะ)

ถ้ามีคนมาขอให้ร้องเพลงที่ไม่ถนัด หรือร้องไม่ได้ แก้ปัญหายังไง

อาจริงนะ เยอะมากจนแอบหงุดหงิด มึงไม่เห็นเหรอว่ากูร้องอะไรอยู่ (ทำท่าฟึดฟัดแกล้มเสียงหัวเราะ) บางทีเราร้องเพลงมีกีต้าร์ตัวเดียวในร้านเงียบๆ แล้วมีคนขอไม่รักดี คือเข้าใจว่าเขาอยากฟังเราร้อง แต่เราไม่ได้ร้องในร้านเหล้าไงที่จะแผดเสียงยังไงก็ได้ ถ้าไม่อยากร้องหรือร้องไม่ได้ก็จะพูดติดตลกไป ปฏิเสธแบบเนียนๆ จริงๆ แล้วสมัยก่อนไม่กล้าร้องเพลงให้ใครฟังเลยนะ ร้องเองคนเดียว แบบร้องในบ้าน ในห้องน้ำเรื่อยเปื่อย

ขอนอกเรื่องนิด เอ้มีลุคเท่ๆ มีเทสต์ทางดนตรีที่ดี เคยมีช่วงพังๆ กับเขาบ้างหรือเปล่า

พังมาก พังอยู่แล้ว เกลียดตัวเองตอนเมา เวลาเมามากๆ จะพูดอะไรไม่รู้ ไร้สาระ เคยกินเหล้าหนักมากตอนปี 1 
สมัยเฟรชชี่ แล้วมีอาจารย์เปิดบาร์แจ๊ซ ก็ไปแล้วกินหนักมาก ภาพตัดมาคือนอนอยู่หน้าเซเว่น ไม่มีเพื่อนสักคน มี
หมายืนเลียหน้าอยู่ มีอ้วกกองอยู่ข้างๆ ที่พีคคือมีคนบ้าเข้ามาถามว่าหนูไหวไหมเขาวิ่งเข้าไปในเซเว่นซื้อน้ำมาให้ดื่ม เอามาล้างเท้าให้ เอ้นอนอยู่ตรงนั้นกับเขาเป็นชั่วโมง กว่าเพื่อนมาเจอ เขาใจดีนะ คอยช่วยเหลือคนกวาดถนน แต่บางทีชอบโมโหฟึดฟัดอาละวาดอยู่คนเดียว คนเลยกลัว แต่ถ้าเจอก็ไหว้เขานะ เขาเคยช่วยเราอะ แต่เขาคงงงๆ ว่าอีนี่ใครวะ (หัวเราะ)

AE (2U)

นักร้องที่ชอบที่สุด

คือเพลงที่ฟังตอนเด็กๆ มีเยอะมากมีหลายวง พวก Bee 
Gees หรือ The Beatles บางครั้งก็รวมไปถึงพี่แจ้-ดนุพล 
อะไรที่ให้ความทรงจำกับเรา เช่น เวลาที่พ่อขับรถไปต่าง
จังหวัด พ่อก็ชอบเปิดเพลงคันทรี่ แล้วเพลงพวกนี้จะให้
ความรู้สึกที่ดีกับเราทุกครั้ง ภาพที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นใน
ตอนเด็กมันตีกลับมา พอนึกถึงจะมีความสุขทุกครั้งเวลา
ร้อง สำหรับเอ้ไอคอนแต่ละคนคือคนที่ทำให้มีความสุขและหล่อหลอมให้เราเป็นตัวเองตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่เด็กจะมีความฝันเยอะมาก พอโตมาช่วงปี 1ก็พอมีควีามฝันอยู่ ได้ฟังพวก The Beatles แต่ ลูว์ รีด กับ เดวิด โบวี่ ชอบเป็นพิเศษ เพราะว่าเป็นคนที่คนที่มั่นใจในตัวเอง ฟังแล้วรู้สึก’เฮ้ย!มีคนที่กล้าร้องอะไรแบบนี้อะไรได้ด้วยว่ะ’ แล้วก็เป็นแนวที่เราชอบ เด็กๆ เคยคุยกับแม่ แต่แม่กลับเกลียดโบวี่มาก บอกร้องอะไรก็ไม่รู้แหลมไปแหลมม ตอนนั้นเราก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าเป็นใคร แล้วพอมีโอกาสได้ฟังเพลงพวกนี้มากขึ้นจากเพื่อนๆ เลยรู้สึกชอบมากๆ ทั้งเนื้อเพลงที่แสนแฟนตีซี คนอะไรมั่นใจได้ขนาดนี้แล้วเขาเป็นคนก้าวไปเรื่อยๆไม่ได้ย้ำอยู่กับที่ เลยรู้สึกว่าถ้าการที่คนนึงเป็นตัวเองแล้วประสบความสำเร็จก็คงเหมือนความฝันที่เป็นจริง

000017

เมื่อกี่พูดถึงความฝัน แล้วฝันสูงสุดในชีวิตเราล่ะ

มันหายไปบ้างนะ เด็กๆ มีความฝันเยอะ คือร้องเพลงแล้ว
คนมีความสุข แต่พอโตขึ้นก็คิดต่อไปว่า แล้วเราจะหากินได้มั้ย มันจะมีแค่คนฟังเฉพาะกลุ่มมั้ย แต่เราต้องพิสูจน์ตัวเองที่ไป The Voice เพราะอยากรู้ว่ามีคนชอบเสียงแบบของเราไหม การที่เราเป็นตัวของตัวเอง แล้วมันไม่ใช่สไตล์ที่ยอมรับขนาดนั้น เราก็ต้องปรับตัวเข้าหาด้วย 
โตขึ้นความฝันมันกลายเป็นเรื่องของการหาเงิน ต้องเลี้ยงที่บ้านได้ เพียงแต่ต้องเลือกร้องเพลงเพื่อหาเงินกับร้องเพลงเพื่อความฝันที่ตอนนี้พยายามปรับจูนให้เจอกันตรงกลาง เพลงที่เราเคยไม่ชอบเราก็สามารถร้องได้ ตอนแรกก็คิดว่าเราร้องเพลงเพื่อเงิน แต่พอมีคนฟังมาบอกกับเราว่า “ขอบคุณมากนะที่ร้องเพลงนี้ให้” แค่นี้ก็ดีใจแล้ว จริงๆของตัวเองได้มากกว่านี้ ไม่ใช่ชัดเจนในแนววงดนตรีนะ แต่สามารถทำให้คนยอมรับมากกว่านี้ว่าเรามีดีเพราะคิดว่าเองยังพัฒนาได้อีก

ถ้าเลือกได้อยากเป็นคนยุคไหน

ชอบพวกโอลด์ดี้แบบ 50’s – 70’s เริ่มเข้ายุคบุปผาชนชอบแต่ว่าไม่อยากเกิดยุคนั้นนะ วุ่นวายมากเลย จริงๆถ้าเลือกเกิดได้อยากเกิดก่อน 90’s นิดนึงมันยังคาบเกี่ยวกันมีกลิ่นอายจากหลายๆยุค รู้สึกว่ามันกำลังพอดีได้ซึมซับทุกอย่างทั้งเก่าและใหม่ แล้วเป็นช่วงที่แบบมันได้เรียนรู้ช่วงเวลาในยุค 90’s จริงๆ ด้วยเพราะเราเกิดตอนปี 1990 เราผ่านอะไรดีๆ มาตั้งเยอะแต่เราดันจำไม่ค่อยได้ คิดว่าช่วง 90’s น่าจะเป็นช่วงที่วัยรุ่นใช้ขีวิตกันมันสุดแล้ว

 

AE (3U)

ย้อนกลับไปที่ The Voice โค้ชแสตมป์เป็นยังไงบ้าง

แกนิ่งๆ นะ จริงๆ คือเป็นคนที่น่ารักมาก ไม่ได้ให้คำปรึกษาอะไรมาก เขาเหมือนพวกเรา เขาไม่คิดว่าเขาเก่งขนาดนั้นคือเขาไม่คิดว่าเขาสามารถไป Judge คนนี้ได้ แบบเฮ้ย! คุณต้องทำแบบนี้นะ คุณต้องเชื่อฟังผม เขาไม่ใช่คนแบบนั้นเขาเป็นนักดนตรี เป็นศิลปินไม่แบบเป็นลูกทีมกูทำแบบนี้แล้วจะพังนะ เขาเหมือนอยากทำอะไร ก็ทำ อยากอะไรก็บอก แต่มีอยู่ครั้งนึงที่ประทับใจแกมากคือ ตอนนั้นเหมือนแกรีบแต่ก็ต้องเข้ามาเลือกเพลงให้ แล้วให้เราออกจากห้องไปเลย เรารู้สึกว่า ‘เฮ้ย ทำไมคุยไปนิดเดียวเอง’ ซึ่งดันเป็นเพลงที่เราไม่อยากได้ คือตอนแรกเขาให้ร้องเพลงไทยเดิม เพลงเก่าได้ เพลงมาลีวัลย์ได้ แอบเซ็งๆ นิดนึงแต่พยายามคิดว่าเขาคิดไว้แล้วว่ามันอาจติดหูคนฟัง แต่ว่าวันที่แข่งเราก็นอยด์เพราะเอาจริงๆ โคตรไม่อยากร้องเพลงนี้เลย แต่ว่าทั้งทีมเขาก็เตรียมมาแล้วนักดนตรีซ้อมกันหมดแล้ว ซึ่งเอ้เพิ่งรู้ว่านักดนตรีเป็นอาจารของเอ้ ก็เลยบอกถ้าเปลี่ยนได้ก็อยากเปลี่ยน ก็พูดไปแบบนั้นเฉยๆ เพราะทำใจแล้วว่าคงเปลี่ยนไม่ได้ พี่แสตมป์ได้ยินเลยลากเอ้ไปหานักดนตรี บอกให้ลองซ้อมครั้งนึง แล้วสลับเพลงที่อยากร้อง ลองคุยกับนักดนตรี ถ้าโอเคก็เปลี่ยน ตอนนั้นดีใจมาก เพราะพี่เขาให้โอกาสเราร้องเพลงที่อยากร้องจริงๆวันนั้นเลยได้ร้องเพลง 
To Love Somebody ของ The Bee Gees

เห็นว่าชอบการแต่งตัวพอสมควร มีแบรนด์หรือคนที่ชอบไหม

ตอนเด็กๆ ชอบแต่ว่าไม่มีความรู้ แต่งตัวเด๋อมาก สีสันอะไรแบบนั้น คือไม่คิดว่าตัวเองแต่งตัวเป็นชอบอะไรก็เอามาใส่ ไอคอนทางการแต่งตัวก็คือศิลปิดที่เราชอบ เดวิด โบวี่ เท่ดี เราก็แต่งตามเค้า เพื่อนเอ้ที่ชื่อเบลยังเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อการแต่งตัวของเอ้เยอะมาก เริ่มเจอกันที่สวน ฯ แล้วรู้สึกผู้หญิงคนนี้แต่งตัวน่ารักชะมัดเลย แต่งตัวงี่เง่าชอบมากแอบมองตลอด แล้วสุดท้ายก็ได้มาเป็นเพื่อนกัน เขาเป็นไอดอลทางด้านการแต่งตัวคนนึงเลย

000019

คิดยังไงกับ จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber)

ตอนแรกตลกอะ ตอนนี้มีเพลง Baby ออกมา ตลกมากแบบเพลงอะไรวะ แต่รู้สึกเขามีความพยายาม ไม่ได้มากอบโกยอย่างเดียว มีความพยายามในด้านดนตรีที่คนยอมรับ ถึงแม้ว่าจะห้าวไปบ้างบางครั้ง เรารู้สึกว่าคนไม่น่าไปเกลียดเขาขนาดนั้นเลย ถึงมันจะดูน่าแกล้งมากก็เหอะ เขาก็มีทางดนตรีของเขา

แล้วเทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ล่ะ

เป็นคนแต่งเพลงเก่งมาก ทำยังไงให้ผู้ชายเยอะขนาดนี้แต่น่าสงสารเขา เขาเปลี่ยนแฟนทุกปีเลยอะ ไม่เหงาหรอ ไม่รู้สึกว่าแบบรู้จักใครสักคนแล้วอยากไปต่อหรอ แต่ก็น่ารักตอนที่มาคันทรี่ตอนแรกชอบมาก ตอนหลังเขาก็ต้องตามกระแสอ่านะ แต่ตอนหลังเขาแต่งเพลงเยอะมาก ถ้าไม่ใช่แบบเพลงผู้ชายหรือด่าคน เพลงให้กำลังใจก็มีเยอะเหมือนกัน

000015

ติดตามผลงานเอ้ได้ที่ไหนบ้าง

ตอนนี้มีจาก Facebook เอ้ Live บ้าง พยายามอัดคลิปลงบ้าง แล้วก็ตามร้าน จะคอยบอกว่าไปร้องที่ร้านไหน มีงานไหน ตอนนี้ที่มีผลงานทางทีวี ก็จะมีเพลงละคร 3 เพลงที่กำลังจะออกมาในปีนี้ แล้วก็ร้องอยู่ที่ร้าน Brown Sugar ,ร้านลอยชาย ,It’s Happened to Be a Closet แล้วก็ 72 Experience ซึ่งแต่ละที่ก็สไตล์ไม่เหมือนกันนะแต่ที่หลังๆชอบ It’s Happened ฯ มาก ไม่คิดว่าจะมีลูกค้าจะฟังเพลงแบบที่เราร้อง

Please fill in all required fields:
Your Name (*)
Your Email (*)
Enter the code shown in the image (*)
Rate this story and Please give your reviews!

RATE THIS STORY

Your email address will not be shown

*

captcha

Enter the code shown in the image (*)