cover
music

คุยกับ ‘ชนุดม’ วงดนตรีโลกที่ 3 ในแบบฉบับ 18+

ชวนมาพูดคุยกับ ‘ชนุดม’ วงร็อคที่มี performance บนเวทีแบบผสมผสานความเป็นละครเวทีร่วมด้วยได้เจ๋งและจัดจ้านที่สุดอีกหนึ่งวงของประเทศไทย!

พูดถึงคำว่า 18+ เชื่อได้เลยว่าหลายๆ คนต้องนึกถึงขีดจำกัดทางอายุ ถ้าไม่ถึง 18 ปีขึ้นไปห้ามนู่นห้ามนี่ ห้ามนั่น แต่สำหรับวงดนตรีร็อคสุดจัดจ้านอย่าง ‘ชนุดม’ แล้วนั้น ไม่มีอะไรมาตีกรอบหรือขีดเส้นห้ามพวกเขาได้ ว่าแล้ว NYLON ก็ขอชวนมานั่งคุยกับพวกเขากันซักหน่อย บอกได้เลยว่างานนี้ไม่มีขีดจำกัดกันหรอกนะว่าจะต้อง 18 ปีขึ้นไป!

.

 member2

 

.

ทำไมต้อง ‘ชนุดม’

พัด: เนื่องจากว่าตอนนั้นไปเจอชาดูดนมค่ะ (หัวเราะ) ไม่ใช่ๆ

ต๊อบ: เราคิดชื่อวงกันไม่ออกครับ เราก็เลยไปปรึกษา ‘พี่ตุลย์ อพาร์ตเม้นท์คุณป้า’ ครับ

พัด: พี่ตุลย์เขาได้ไปดูละครเวทีเรื่อง Hedwig and the Angry Inch แล้วเขาก็ชอบมาก ก็เลยอยากจะแต่งเพลงให้เรา เราก็เลยเข้าไปหาพี่ตุลย์ก่อนแล้วบอกว่า “พี่คะ ก่อนจะแต่งเพลงเอาชื่อวงก่อนค่ะ ชื่อไรกันดี” พี่เขาเลยบอกว่า “พัด นักร้องนำชื่อไร” เราก็บอก “ชนุดมค่ะ” เขาก็แบบ “เฮ้ย! ภาษามันดีนะ เอาชื่อนี้สิ”

ต๊อบ: เราก็เห็นด้วย เราก็เอาเลย

.

คอนเซ็ปต์ในการถ่ายทอดดนตรีของเราคือ Theatrical Rock

พัด : คือจริงๆ แล้วในด้านการฟังปกติก็คือ Base on rock แต่ว่าเราเอาเทคนิค Theatrical มาใช้เวลาที่เราแสดงคอนเสิร์ต เพราะเราเชื่ออย่างหนึ่งว่ามันจะมีเสน่ห์มาก เวลาที่เราร้อยเรียงเรื่องราวไปกับเพลง อย่างเช่นโชว์ต่างประเทศก็ชอบเรียงเรื่องราวเหมือนกัน มีไฟ มีฉาก แต่ละเพลงเขาจะเล่า Story มีสีของมัน แล้วมันทำให้คนติดตามต่อไปเรื่อยๆ ได้ มันมีจุดกิมมิคของมัน ไคลแม็กซ์ แล้วก็ท่อนพีค แล้วคลี่คลาย อะไรแบบนี้ เราชอบแบบนี้เราเลยดึง Theater หรือละครเอามาอยู่ด้วย

.

ก่อนเล่นดนตรีทำอะไรกันมาก่อนบ้าง

ต๊อบ: เล่นระนาดครับ ก็เล่นดนตรี เราเรียนหนังสือ เล่นระนาด เล่นกลอง ทำเป็นแค่นี้เลย (หัวเราะ) เล่นเป็นระนาดทุ้มครับ “โด เร มี ซอล เร โด เรมี ซอล เร เร มี เร มี ซอล”อ่ะ ท่องโน้ตให้ฟังด้วย

พัด: พัดเล่นละครเวทีค่ะ เรียนจบด้านละครเวที ก็เลยเล่นละครเวที

แพท: แพทเรียนดนตรีมาอยู่แล้ว ตั้งแต่มหาลัยก็ทำงานดนตรีเบื้องหลัง จบเอกคีย์บอร์ด แล้วก็มาเล่นกีตาร์ ทำงานอยู่เบื้องหลังดนตรีหลายๆ อย่าง

.

ความต่างระหว่างการเล่นละครเวทีกับดนตรี

แพท: ถ้าในมุมมองแพท ละครเวทีส่วนใหญ่มันจะมี 1 เส้นเรื่อง แล้วก็สรุป แต่ของชนุดมมันจะค่อนข้างฟรีเพราะเรื่องเพลงหรือเนื้อเพลง การเล่นดนตรี เราไม่ได้กำหนดเนื้อเรื่องว่า วันนี้เราจะเดินทางเศร้า เราจะล้มลงตรงนี้ แล้วก็พัฒนาขึ้น มันไม่ใช่เป็นเส้นเรื่องเดียวให้ตามขนาดนั้น สำหรับเรามันเป็นปลายเปิดมากกว่า หมายความว่าคนฟังจะคิดเอาเอง รู้สึกเอาเอง ไปตีความของเขาเอง ซึ่งอันนี้เป็นฟีดแบคที่เราเจอ แล้วเขามาคุยกับเรา

.

pat

 

.

.

ต๊อบ: เราอ่ะ ไม่มีพื้นฐานเรื่องละครเลย เราเล่นดนตรี เราต้องมาสื่อสารในแบบที่วงต้องการนำเสนอ เราจะตอบว่า มันต่างกันตรงที่เราต้องใช้ความรู้สึกมากขึ้น ก่อนมาชนุดมเราจะเล่นดนตรีแบบให้มันออกมาดี อยากเล่นแล้วมันออกมาเพราะ ตอนนี้เราเอาความคิดแบบนั้นออกไปเลย เพราะรู้สึกว่าเราต้องรู้สึกถึงจะเล่นออกไป เราไม่แคร์ว่ามันจะเพราะหรือมันจะดี หรือรู้สึกยังไง แต่เราต้องรู้สึก อันนี้เป็นเรื่องใหม่ของเรา ในแง่มุมของนักดนตรีที่เอาละครไปอยู่ในนั้น

.

พัด: รู้สึกว่าจริงๆ แล้ว มันมีโมเมนต์นึงของการเล่นละคร คือจะไม่ซีเรียสกับคนดูมาก คือมันจะต้องอยู่ในบทและไม่รอรีแอคชั่นจากคนดู หมายถึงทุกคนจะเป็นคาแรคเตอร์ และคาแรคเตอร์จะไม่เชื่อมโยงกับคนดู แต่พอมาเป็นเล่นคอนเสิร์ตมันจะต้องคอนเนคชั่นกับคนดู มันต้องเอนเตอร์เทนคนดู เพราะคนดูไม่สนุก คุณต้องสนุกให้ได้ แต่ละครคือเล่นตามบท จะไม่มีว่าคนดูจะต้องสนุกขึ้นหรืออะไร

.

 

Tob

.

ในการโชว์แต่ละครั้งคิดคอนเซ็ปต์กันยังไง

ต๊อบ: มันแล้วแต่งานเนอะ

แพท: แล้วแต่งานแล้วแต่สถานที่ แล้วก็…แล้วแต่พวกเราด้วย (หัวเราะ)

พัด: แล้วแต่เงิน (หัวเราะ)

ต๊อบ:ถ้าเป็นงานที่รู้สึกได้ว่ามีความขี้เล่นหน่อย เกเรได้ เฮฮาได้ เราก็จะสุดๆ เลย แต่ถ้าอันไหนที่ต้องควบคุมก็แล้วแต่ฟีล ตบๆให้มันกลับมา

แพท: เราก็จะคุยกันในวงตลอดกับน้องๆ ที่เล่นกับพวกเราว่า “เฮ้ย ขึ้นไปแล้วเป็นตัวเอง ฟัง สื่อสาร” หมายความว่า ไม่ต้องกังวลว่าคนดูจะรู้สึกยังไง ก็ดูพวกเราเล่นกันนี่แหละ แล้วก็สื่อสารจากสิ่งที่เราเล่นเท่านั้นพอ ก็จะมีคนที่รับได้ แต่คนที่ไม่เข้าใจมันก็มี ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา

.

เคยเจอเหตุการณ์ประหลาดๆ ตอนโชว์บ้างไหม

แพท: มีคนขี้ตอนโชว์…ยังไม่มี!(หัวเราะ)

พัด:ส่วนใหญ่ก็จะมีแบบ ที่เราเล่นที่เห็ดสดตอนนั้น เวลาเราพูดอะไรคนก็แซว แบบเราเป็นตุ๊ดใช่มะ คนก็แซวตลอด เราก็ด่ากลับไป ล้อเล่น…ไม่ได้ด่าค่ะ ก็พูดประมาณว่า “มีอะไรคุยกันข้างหลังได้นะ ฉันเรียนต่อยมวยมา”(หัวเราะ)

ต๊อบ: เขาก็ร้องไห้ไปเลย (หัวเราะ)

พัด: แล้วก็มีบางคนที่แบบ เรากำลังเล่นคอนเสิร์ตอยู่ แล้วก็คุยกันเสียงดัง เราก็แบบ “ถ้าจะคุยกันออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้ค่ะ” คือจริงๆ แล้วเขาไม่ได้ทำผิดหรอก เราอ่ะทำผิดเอง (หัวเราะ)

.

อ่ะ เปลี่ยนมาพูดเรื่องอัลบั้มใหม่กันบ้าง เล่าให้ฟังหน่อย

ต๊อบ: น่าติดตามมากครับ มีคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจ(หัวเราะ)

แพท: เผยนิดนึงว่ามันจะไม่ได้ร็อคทั้งหมด มันจะมีความหลากหลาย เพราะเราคุยกันตั้งแต่แรกแล้วว่าเพลงแต่ละเพลงที่เราทำมา เราไม่อยากตีกรอบว่าเราเป็นวงร็อคเว้ย เราต้องทำแบบเพลงร็อคเว้ย กลองต้องงี้ กีตาร์ต้องงี้ ร้องต้องอย่างนี้เท่านั้น แต่ละเพลงก็จะฟรี

ต๊อบ: มันจะขึ้นอยู่กับเพลงนั้นๆ ในเรื่องของเนื้อหาที่เราจะเล่า อารมณ์มันต้องเป็นเรื่องนั้น เราจะไม่บอกว่ามันจะต้องเป็นร็อคเสมอไป

แพท: ไม่ตีกรอบสำหรับอัลบั้มนี้เพราะว่ามันฟรีก็คือ ‘โลกที่สาม’

.

pud

.

พัด: อีกอย่างหนึ่งคือ มันมีเรื่องเล่ามากมายที่บางครั้งเราไม่เคยได้ยิน มันเรื่องชีวิตซะส่วนใหญ่ อย่างเช่นเพลงสบประมาท เพลงอะไรบางเพลงที่มันพูดถึงในแง่มุมอื่นๆ บ้างที่เราไม่ค่อยได้ยินจากดนตรีบ้านเรา แล้วก็ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอะไรที่มีสีสันหลายๆ สีสัน บางครั้งเราฟังจากเพลย์ลิสต์ สมมติเพลย์ลิสต์ศิลปินคนนี้เราก็จะเดาได้ แต่ว่าของเรารู้สึกว่าเราต้องการเองที่จะได้ยินเพลงตัวเองแล้วตื่นเต้นกับในการเปลี่ยนเพลงต่อไปเรื่อยๆ เราว่าอันนี้มันน่าสนใจสำหรับพวกเรา

ต๊อบ: เราเสริมนิดนึงเรื่องอัลบั้ม ‘โลกที่สาม’ เรากล้าพูดว่ามันเป็นอัลบั้มที่เลือกเรื่องที่มาเล่าค่อนข้างหลากหลายมากพอสมควร มีทั้งเรื่อง เครียด ชีวิต สังคม เซ็กซ์ ขี้เล่นไปเลย กินเหล้าเมาแล้วก็ไม่รู้เรื่อง ความรัก มีหมดครับ เราเชื่อว่ามันเป็นอัลบั้มที่รวบรวมเรื่องเล่า

แพท: สิ่งที่เจอในชีวิต

พัด: เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี (หัวเราะ)

ต๊อบ: กล้าพูดว่ามันหลากหลายมาก อยากให้ติดตาม

.

อัลบั้มใหม่ออกวันไหน

พัด: ไม่บอก ตอนนี้กำลังโดนทวงตามอยู่ (หัวเราะ)

ต๊อบ: ก็คือเร็วๆ นี้แหละ

แพท: ไม่เกินกลางปี เอ้ย ไม่เกินต้นปี อาจประมาณเดือนหน้า

.

18+ สำหรับชนุดมสื่อถึงอะไรได้บ้าง

แพท:สำหรับเรามันเป็นอะไรที่แบบ มันเป็นอะไรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ว่าอยากจะลองเกเรดู เพราะเราเชื่อว่า มันก็มีเด็กหลายคนที่ตอนสมัยเรียนก็อยากจะแหกกฎ

พัด: 18+ ของเรา เรากำลังจะพยายามบอกกับความงี่เง่าของประเทศเราอย่างหนึ่ง เราว่าบางอย่างที่มันแบบดูถูกเด็กอายุที่ต่ำกว่า 18 มากเกินไป ดูถูกไอเดีย ดูถูกความครีเอทีฟของเด็กยุคนี้มากเกินไป

ต๊อบ: พอพูดเรื่อง 18+ เราคิดแบบพัดเป๊ะว่ามันคือเรื่องการจำกัดการรับรู้ ซึ่งเราเอาอะไรมาเป็นมาตรฐานว่าต้องรับรู้อันนี้ และอะไรเป็นมาตรฐานว่าต้อง 18 เราจะเข้าใจตรงกันว่าต่ำกว่า 18 ห้าม จุดๆๆ

พัด: ลองคิดดูดีๆ นะคะ ว่าผู้ใหญ่ในประเทศที่การงานสูงส่งมากๆ ก็อาจจะคิดได้ไม่เท่ากับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18+ ด้วยซ้ำ

.

ก่อนที่จะเครียดไปมากกว่านี้ ไหนเล่าเกี่ยวกับเพลง 18+ ให้ฟังหน่อย

พัด: เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ (หัวเราะ) บางครั้งที่เรามองถึง 18+ มันจะเกี่ยวกับหนังโป๊นู่นนี่นั่น ด้วยความที่เรารู้สึกสนุกกับเพลง เพลงมันอยู่ได้ทุกที่ทุกแบบ เราคิดว่าเรื่องเซ็กส์นี่มันก็อยู่ได้ในเพลงเหมือนกัน อยู่ด้วยความสนุก โดยเฉพาะยิ่งเมืองไทยเรารู้สึกว่าจริงๆ มันพูดได้ ณ เวลานี้ แล้ววงเราก็พูดได้ พูดแล้วมันไม่ทำให้น่าเกลียด ถ้าสมมติว่าเป็นแบบ วี-วิโอเล็ต ต้องมาพูดแบบบนี้มันก็จะดูอีกแบบนึง เราก็เลยอยากพูดเรื่องเซ็กส์ซึ่งเป็นเซ็กส์ที่ทุกคน Horny อยู่แล้ว ทุกคนแบบHorny มากเว้ย เวลาสื่อต่างๆ หรืออะไรที่มันดังมากๆ มันมาจากประเภทนี้เยอะ ซึ่งเราคิดว่าอันนี้มันคือเหตุผล แม้กระทั่งเน็ตไอดอลปัจจุบัน ต้องเปิดนม เปิดอะไรขนาดนี้ เรารู้สึกว่ามันมาจากวิธีการของการ Horny เราก็เลยใช้เรื่องเซ็กส์ในการพูด นี่ละค่ะคือที่มา

แพท: ว่าสุดท้ายแล้วคนก็ต้องการอยู่ดี

พัด: แต่ว่าทำยังไงก็ตามให้มันอยู่กับศิลปะแล้วมันสนุก แล้วมันไม่ทำร้ายใคร และถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ต้องมานั่งฟัง เราว่าเราไม่ดูถูกเด็กอยู่แล้ว เราเชื่อมั่นอยู่แล้วว่าเด็กฉลาดพอ

.

นอกจากคอสตูมแล้ว ความพิเศษของชนุดมมีอะไรบ้าง

แพท: กินเก่ง (หัวเราะ)

พัด: เราว่าเรื่อง ‘ความเป็นตัวตน’ เราเคยผ่านในจุดที่แบบ เฮ้ย ถูกคนรู้สึกไม่โอเค มันใช่เหรอ มันน่ากลัวไปเปล่าเราเคยเสียใจกับอันนี้ เราเคยแบบทำไมอ่ะ ทำไมทำร้ายกันแบบนี้ด้วยคำพูด คอมเมนต์อะไรแบบนี้ แต่เรากำลังจะบอกว่าตอนนั้นกับตอนนี้ เวลาผ่านไป 2 ปี มันทำให้เราสตรองกับตรงนี้มาตลอด ตั้งแต่แรกจนตอนนี้ไม่เสียตัวตนกับมัน มันทำให้เรารู้สึกว่านี่คือสิ่งๆ หนึ่งที่ไม่ยอมเสีย เพราะว่าเราจะไม่มีความสุขหรอก ถ้าเราต้องเป็นในตัวตนอื่น เราลยรู้สึกว่านี่คือสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะเป็นเอกลักษณ์สำหรับพวกเรา คือ‘ไม่เสียตัวตน’ เพราะคิดว่าคนถ้ามีรักต้องมีชอบอยู่แล้วอ่ะ ถ้ามันจะเกลียด คุณก็ต้องพิสูจน์สิว่าทำไมคุณถึงเกลียด ถ้ามีเหตุผลที่โอเคหนักแน่นพอ เราจะได้เรียนรู้ว่ามันเป็นยังไง อะไรก็แล้วแต่ ถ้าเขาเรียนรู้แล้วว่าที่เกลียดตอนแรก มาดูคอนเสิร์ตดูนู่นนี่แล้วเขาชอบ มันทำให้เรารู้สึกว่าโอเคเราเปลี่ยนคนได้ เราบอกคนได้ว่า เฮ้ยฉันมีภาพลักษณ์แบบนี้นะคุณมารู้หัวใจฉันรึยังมันเป็นยังไง  เราเป็นตัวของเราได้ในทุกแง่มุม ทั้งดนตรีการแต่งตัว และความคิด

.

1

.

ขออีกนิดนึง ทำไมต้อง ‘โลกที่สาม’

พัด: เราใช้ชื่อ‘โลกที่สาม’ เพราะเรารู้สึกว่า สาม เป็นอะไรที่ดูเนกาทิฟ มือที่สาม เพศที่สาม ประเทศที่สาม โลกที่สาม แต่โลกที่สามสำหรับชนุดมคือ Think Positive มันเป็นโลกที่ Positive และ Private สำหรับใครหลายๆ คน และรู้สึกว่ามนุษย์ทุกคนจะมีโลกของตัวเองปกติ และโลกของส่วนรวม โลกที่สามจะเป็นโลกที่อยู่ในส่วนลึกๆ ของในใจที่บางครั้งไม่กล้าเอามา Public ซึ่งอันนั้นเราเคารพมันมาก ตรงนั้นแหละมันทำให้เราก่อเกิดตัวตนและทำให้ใช้ชีวิตกับมนุษย์ปกติได้ อย่างเช่น ยูอาจจะรู้สึกว่าจริงๆ แล้วยูชอบลูกทุ่ง พออยู่ในสังคมนี้ต้องบอกว่าฟังเพลงร็อคว่ะ เออ อะไรแบบนี้ จริงๆ มันโคตรน่ารักเลยนะเว้ย แต่มันพูดออกมาไม่ได้ เพราะว่าสังคม แต่พอลึกๆ แล้วฉันเป็นแบบนี้ว่ะ นี่แหละตัวฉัน และรู้สึกว่าสิ่งที่เราควรกลับมา Respect มันมากที่สุดคือคำว่าโลกที่สาม ตัวตนที่ลึกๆ ของตัวเองมันคืออะไรกันแน่ นี่แหละคือชนุดม ที่กำลังจะบอกว่าโลกที่สามคือส่วนลึกในใจ ที่เราควรจะกลับไป Proud กับมันที่มันทำให้ฉันเติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้

.

อยากฝากอะไรถึงแฟนเพลงไหม

แพท: ฝากเลขบัญชี (หัวเราะ)

พัด: ขอบคุณมากที่ให้โอกาสพวกเราได้มาอยู่ตรงนี้ โอกาสที่ให้พวกเราได้แชร์งานของพวกเรา แล้วก็ทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราคิดสิ่งที่เราเลือกมาตั้งแต่แรกเป็นสิ่งที่ไม่ผิด ตอนแรกเราเลือกมันด้วยความตั้งใจแล้วเราไม่ตัดมันออกไปเพราะว่าเราเลือกเพราะชอบมันก่อน แล้วค่อยสื่อสารไปกับคนดู พอเราชอบมันแล้วพูดมันออกไปหัวใจเราจะพองโต มันไม่ใช่การเสแสร้ง เราไม่รู้หรอกว่าเราจะปล่อยกี่เพลงต่อจากนี้หรือกี่อัลบั้ม หรือจะทำอะไรต่อ เราขอบคุณมากที่ช่วยซัพพอร์ตเราระหว่างทางที่เรามา

ต๊อบ: อยากฝากหัวใจให้กันเอาไว้ก่อน…(ร้องเพลง)

พัด: อ้าวตรงนี้ เผอิญแบตฯหมดพอดี (หัวเราะ)

แพท: เราชอบโมเมนต์ของการที่มีคนเข้ามาคอมเมนต์ว่า พี่ผมไม่ชอบ หรืออะไรก็แล้วแต่ เราค่อนข้างเปิดมาก ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบแต่แค่เรามาพูดกัน เราอยากรู้จักพวกคุณ เพราะสิ่งที่เราทำเรารู้จักกันเองอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าคุณจะรู้สึกยังไง แต่ถ้าคุณมีฟีดแบคกลับมาทั้งดีและไม่ดีเราพร้อมเปิด ชนุดมพร้อมรับฟังทุกอย่าง

ต๊อบ: ฝากอัลบั้มละกันเนอะ มันไม่ได้เป็นอัลบั้มที่มีพวกเรา 3 คนที่ทำ แต่เราให้เครดิตทุกคนที่มาร่วมด้วย ไม่ว่าจะด้านภาพ เรื่องเสียง ทำงานร่วมกับหลายคนมาก แล้วเราก็เปิดให้เขาทำงานได้เต็มที่ มีไอเดียจากอาร์ทไดเร็คเตอร์ ช่างภาพ ทุกคนมีลายเซ็นในงานของตัวเอง ลองติดตามดูว่าจะมีอะไรบ้างในอัลบั้ม‘โลกที่สาม’

 

Please fill in all required fields:
Your Name (*)
Your Email (*)
Enter the code shown in the image (*)
Rate this story and Please give your reviews!

RATE THIS STORY

Your email address will not be shown

*

captcha

Enter the code shown in the image (*)